ทัศนคติคนกรุงเทพฯกับบ้านมือสอง

 ทัศนคติคนกรุงเทพฯกับการเลือกซื้อบ้านมือสอง (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 1929)

            ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้จัดทำการสำรวจถึง ทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกซื้อบ้านมือสอง”  ทั้งนี้การสำรวจในครั้งนี้เน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อบ้านมือสองเพื่อการอยู่อาศัยเองเป็นหลัก ซึ่งไม่รวมถึงการซื้อบ้านมือสองหรือสินทรัพย์มือสองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะทำเลในย่านธุรกิจ หรือใจกลางเมืองที่ที่ดินเปล่าหาซื้อได้ยากขึ้นโดยจัดทำแบบสอบถาม ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 26 ตุลาคม 2549 มีจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่สามารถนำมาประมวลผลได้รวมทั้งสิ้น 635 คน โดยทำการสำรวจในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชากรในวัยทำงานและมีรายได้จากการทำงาน ประเด็นสำคัญจากการสำรวจแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าทัศนคติคนกรุงเทพฯ...กับบ้านมือสอง

             จากการสอบถามความสนใจของผู้บริโภคเปรียบเทียบระหว่างบ้านใหม่กับบ้านมือสอง พบว่า มีกลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะซื้อบ้านใหม่ สูงถึงร้อยละ 61.1 สำหรับผู้ที่สนใจซื้อบ้านมือสองมีร้อยละ 27.8 และสำหรับผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจคิดเป็นร้อยละ 11.1 สำหรับสาเหตุที่กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะซื้อบ้านใหม่มากกว่าบ้านมือสองนั้น ส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักไปที่ความไม่แน่ใจในคุณภาพของบ้านมือสองร้อยละ 48.7 ต้นทุนในการปรับปรุงบ้านมือสองค่อนข้างสูงร้อยละ 31.4 ความเชื่อเกี่ยวกับโชคลางร้อยละ 11.9 และอื่นๆ ร้อยละ 8.0 อาทิ ไม่ชอบรูปแบบของที่อยู่อาศัย ชอบที่อยู่อาศัยใหม่มากกว่า ระดับราคาไม่ต่างจากโครงการใหม่  

           

ปัจจัยในการเลือกซื้อบ้านมือสอง

ทั้งนี้จากผลสำรวจพบว่า ปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ผู้ต้องการซื้อบ้านมือสองใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อบ้านมือสอง คือ สภาพของตัวบ้านหรืออาคาร คิดเป็นร้อยละ 22.5 การที่ผู้ที่สนใจเลือกซื้อบ้านมือสองคำนึงถึงสภาพตัวบ้านมาเป็นอันดับแรก อาจเป็นเพราะสภาพบ้านเป็นสิ่งที่กำหนดงบประมาณที่ผู้ซื้อที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในการซ่อมแซมตัวอาคารให้มีสภาพดีและพร้อมเข้าอยู่ได้ ปัจจัยในการเลือกซื้อบ้านมือสองที่สำคัญเป็นอันดับสอง คือ ราคา คิดเป็นร้อยละ 19.8 ซึ่งผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมือสองต่างมองว่า ที่อยู่อาศัยมือสองนั้นมีราคาที่ถูกกว่าที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ปัจจัยสำคัญอันดับสาม ได้แก่ ทำเลและที่ตั้ง คิดเป็นร้อยละ 17.3 ปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว ได้แก่ สภาพแวดล้อมของโครงการร้อยละ 16.8 รูปแบบบ้าน/คอนโดมิเนียมตรงกับความต้องการ ร้อยละ 11.1 ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ร้อยละ 7.2 และมาตรการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมของภาครัฐ  ร้อยละ 5.3

 

บทสรุปและข้อคิดเห็น

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้บ้านมือสองยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรน่าจะมาจากประเด็นดังต่อไปนี้

- คุณภาพของสินค้า ต้องยอมรับว่าบ้านมือสองส่วนหนึ่งในตลาดนั้นมีศักยภาพทางการตลาดค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ผู้ขายไม่ต้องการที่จะปรับปรุง หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวอาคาร เนื่องจากเห็นว่าต้องเสียเงินค่าซ่อมบำรุงเพิ่ม และผู้ขายเองอาจมีปัญหาในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถที่จะลงทุนในการซ่อมแซมได้ ทั้งนี้คุณภาพของสินค้ารวมถึง โครงสร้างของอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ทางระบายน้ำ และสภาพภายในตัวอาคาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อบ้านมือสอง

 

- ราคาของสินค้า ราคาเป็นปัจจัยที่สำคัญรองลงมาในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย จะเห็นได้ว่าอุปสรรคในการขายบ้านมือสองส่วนหนึ่ง คือ ราคา ทั้งนี้ผู้ขายเองก็ต้องการขายในราคาที่ตนเองซื้อมาหรือมากกว่านั้น ซึ่งบางกรณีผู้ที่ขายอาจจะซื้อมาในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโต ทำให้ราคาบ้านและที่ดินที่ได้มามีระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าผู้ขายไม่ปรับลดราคาที่ต้องการลงมามากพอ ราคาบ้านมือสองเมื่อรวมกับงบประมาณที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมแล้ว อาจไม่แตกต่างไปจากราคาบ้านใหม่อย่างมีนัยสำคัญพอที่จะจูงใจให้ผู้ซื้อตัดสินใจเลือกบ้านมือสอง นอกจากนี้ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยใหม่ที่เปิดขายอาจมีราคาที่ไม่สูงนัก เนื่องจากผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้หันมาพัฒนาที่อยู่อาศัยในระดับราคาล่างถึงปานกลาง ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการบ้าน จึงทำให้เกิดเปรียบเทียบราคาต่อคุณภาพของสินค้าเกิดขึ้น

- โครงการที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า โครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ หรือสร้างเสร็จแล้ว มีการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยมีการทำกิจกรรมการส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ เช่น  กลยุทธ์ด้านราคา ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใช้แรงจูงใจในด้านราคามาเป็นจุดขายเพื่อเร่งระบายสินค้า การแข่งขันด้านทำเล โดยเฉพาะทำเลที่มีโครงการรถไฟฟ้าตัดผ่าน ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ที่หันมาชูจุดขายเน้นทำโครงการตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นหลัก และตามย่านธุรกิจด้วย นอกจากนี้โครงการบ้านจัดสรรที่ส่วนใหญ่จะอยู่ตามชานเมือง ก็ยังได้รับอานิสงส์จากนโยบายโครงการรถไฟฟ้าของภาครัฐเช่นกัน

- พฤติกรรมหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่มีความแตกต่างจากประเทศที่มีอัตราการซื้อขายที่อยู่อาศัยบ้านมือสองที่สูง เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือ ออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจมาจาก ประเทศเหล่านี้มีการจัดระบบผังเมืองที่เป็นระบบระเบียบมากกว่าประเทศไทย เช่น การกำหนดระบบผังเมือง การกำหนดเขตพื้นที่อยู่อาศัย และการกำหนดเขตพื้นที่ป่าสงวน เป็นต้น ทำให้การขยายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆในบางทำเลเป็นไปได้ยากเพราะถูกบังคับด้วยกฎหมายต่างๆ ศูนย์กลางธุรกิจ เศรษฐกิจที่สำคัญๆยังกระจายตัวไปตามเมืองต่างๆ ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานการทำงาน แต่สำหรับประเทศไทยนั้น แหล่งเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น ผู้มีบ้านส่วนใหญ่จึงมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไม่มากนัก

      อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบ้านมือสองที่ยังคงมีศักยภาพในการแข่งขันกับโครงการที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ที่สำคัญ ได้แก่ ทำเล โดยเฉพาะทำเลที่เป็นที่ต้องการอย่างทำเลย่านใจกลางเมือง หรือใกล้แหล่งธุรกิจ หรือพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในและชั้นกลาง บ้านมือสองในทำเลเหล่านี้มักยังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาของที่อยู่อาศัยที่มีราคาถูกกว่าบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน ประกอบกับที่ดินว่างเปล่าที่สามารถนำมาปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่มีน้อยลง หรือมีราคาสูงมาก นอกจากนี้บ้านมือสองที่มีเนื้อที่ขนาดใหญ่เพียงพอในทำเลที่กล่าวมาข้างต้น เป็นที่หมายตาของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการซื้อเพื่อที่จะนำมาพัฒนาโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย

   

แหล่งซื้อบ้านมือสอง

 แหล่งซื้อ บ้านมือสอง

ซื้อ บ้านมือสอง ผ่าน

นายหน้าขายบ้าน

 

           ซื้อ บ้านมือสอง  ผ่านนายหน้าท่านจะได้รับการบริการเหนือกว่าการซื้อผ่านสถาบันอื่น ๆ  เช่น
 1. ความหลากหลายในรูปแบบของบ้าน  ทั้ง
บ้านเดี่ยว  ทาวน์เฮาส์  คอนโดมิเนียม ฯลฯ
 2. เลือกหาบ้านได้ในแทบทุกถนน  ทุกทำเล  ทั้งในเมือง  นอกเมือง 
 3. ราคาเทียบเท่า  ถูกกว่าราคาที่จะหาได้ในตลาดทั่วไป
 4. ได้บ้านสภาพดี  และคุ้มราคา  เพราะนายหน้าจะมีแหล่งสินทรัพ์ย์รอขายอยู่มากมาย
 5. ได้รับคำแนะนำ  ช่วยเหลือทั้งเรื่องของความคุ้มค่าในการซื้อ  เอกสาร  การเงิน  การโอน  โดยไม่ต้องเสียค่า    บริการใด ฯลฯ 


     และเมื่อท่านได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้บริการของ นายหน้าขายบ้าน  ท่านก็ควรรู้ว่า  นายหน้าในเมืองไทยนั้น มีหลายระดับ  ท่านจึงต้องใส่ใจเลือกกันนิดหน่อยว่า  ควรเป็นนายหน้าระดับไหน ท่านควรเลือก นายหน้าขายบ้านสังกัดบริษัท ที่มีมาตรฐาน เดี๋ยวนี้  เขามี สมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  คอยกำกับ ดูแลสมาชิกที่เป็นบริษัทตัวแทนนายหน้าขายบ้านกว่า 100 ราย  ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางที่ท่านสามารถใช้บริการในสังกัดสมาคมฯ ได้อย่างสบายใจ  ติดขัดสิ่งใด  ท่านยังสามารถร้องเรียนไปที่สมาคมฯได้
    ไม่ช้าไม่นาน  ท่านก็จะได้รับข้อมูลของบ้านหลายหลัง  ในทำเลที่มองหา  ท่านเลือกและขอให้นายหน้าพาไปดู  สำรวจบ้านทุกหลัง  เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของบ้านแต่ละหลัง   เมื่อท่านเลือกบ้านได้ถูกใจแล้ว    ก็ต้องมีการเจรจา  ต่อรอง  เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด(สำหรับท่าน)  โดยท่านจะต่อรองเอง ห รือให้มืออาชีพ(ก็นายหน้านั้นละ)  ช่วยจัดการให้ก็ไม่เสียหาย
        ขั้นต่อมา  เป็นเรื่องที่ท่านต้องสำรวจตัวเอง  ว่าท่านตั้งใจที่จะซื้อเป็นเงินสดหรือจะซื้อผ่อนกับสถาบันการเงิน(ธนาคาร)  ถ้าเป็นเงินผ่อน  นายหน้าอาชีพจะแนะนำหรือช่วยเหลือเรื่องการขอวงเงินให้ท่าน
         จากนั้น   นายหน้า(มืออาชีพ)  ก็จะจัดเตรียมเอกสารการโอนทรัพย์  และนัดหมายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ตั้งแต่ตัวผู้ขาย(เจ้าของบ้าน)  พร้อมคู่สมรส(ถ้ามือ) ธนาคารของท่านและของผู้ขาย ฯลฯ  ไปทำการโอนบ้าน(หรือทรัพย์สินอื่น ๆ  ที่ซื้อขายกัน)  ที่กรมที่ดิน  ชำระค่าธรรมเนียมโอน  ค่าภาษีอากร  (และอื่น ๆ)  แล้วก็เสร็จพิธี  ท่านก็รับโฉนด(ตัวจริง)  กลับบ้าน(ใหม่)ได้
 
ซื้อ บ้านมือสอง จากสถาบันการเงิน
   ทรัพย์สินของสถาบันการเงินต่าง ๆ  มีมากมายให้ท่านเลือกแต่ทรัพย์าสินที่ว่านั้นท่านต้องเลือกดี ๆ  ทำเล  ราคา  สภาพของบ้านดีไหม  หรือมีคนอยู่ในบ้าน(ไล่แล้วไม่ยอมไป)เป็นต้น
 เมื่อท่านเริ่มสนใจทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งต้องไปดูแลก่อนทุกครั้งไม่ต้องรีบตัดสินใจโดยให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินนั้น ๆ  พาไปชมทรัพย์  อย่าลืมสำรวจบ้านให้ละเอียดตามแบบสำรวจที่ให้มา  
ทรัพย์สินของสถาบันการเงิน  ส่วนใหญ่จะต้องมีการซ่อมแซม  ดังนั้นหากจะตัดสินใจซื้อควรนำผู้รับเหมาไปด้วยเพื่อประมาณราคาซ่อมแซม  แล้วค่อยตัดสินใจ  ราคาเมื่อซื้อไปแล้วเป็นราคาตลาดหรือเปล่า  แพงหรือถูกหรือเปล่า  เพื่อให้แน่ใจว่าราคาตรงกับราคาตลาดไหม  วิธีง่าย ๆ  เช็คจากบริษัทนายหน้า  บริษัทประเมินราคาทรัพย์สิน  สื่อต่าง ๆ   และเว็บไซต์ ต่างๆ 
 ในกรณีเป็นที่ดินเปล่า  ให้เช็คถนนว่าเป็นถนนสาธารณะหรือเปล่า  ถ้าไม่ระบุในโฉนด  ให้ประเมินไว้ก่อนว่าที่ดินนั้นตาบอดหรือไม่  วิธีการตรวจสอบให้ไปกรมที่ดินนั้น ๆ  แล้วถ่ายแผนระวางจากนั้นเจ้าหน้าที่ดินจะช่วยตรวจสอบให้  หรือสำนักเขตในพื้นที่นั้น ๆ
   ปัญหาของราคาที่เสนอซื้อจากสถาบันการเงิน  ราคาคาอาจจะไม่ค่อยลงกันซักเท่าไร  แต่ก็นั้นละสถาบันการเงินก็มีต้นทุนเช่นกัน  อย่าไปต่อเขามาก  ให้ประเมินจากความต้องการของท่านดีกว่าถึงแม้ว่ามันจะแพงไปนิด

ซื้อ บ้านมือสอง จากบุคคลที่เป็น NPLหรือบุคคลทั่วไป(NPL=บุคคลที่มีปัญหาหนี้ค้างชำระกับธนาคาร)
      ในกรณีนี้ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง  แล้วจะรู้ได้อย่างไร  อาจจะดูยากนิดนึง  เพราะบุคคลเหล่านี้จะไม่ยอมบอกแม้กระทั้งนายหน้ามืออาชีพก็ไม่รู้  จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีการอายัดทรัพย์  ณ สำนักงานที่ดิน  (มีใบแดง/ใบอายัดทรัพย์แนบในเอกสารสำนักงานที่ดิน)


    ในกรณีนี้
นายหน้าขายบ้านอาชีพ  จะทำตัวเป็นนักสืบโดยหาคำตอบให้ได้ว่าเป็นหนี้ธนาคารเท่าไหร่  ไถ่ถอนให้ธนาคารแล้วเหลือเท่าไหร่  (เรื่องนี้สำคัญ)  ที่พูดถึงกรณีนี้เคยมีปัญหามาแล้ว  ผู้ขายเป็น NPL รับเงินมัดจำจะซื้อแล้วให้ทำดังนี้
 1.  เช็คยอดที่จะต้องไถ่ถอนจำนองที่จดจำนองหรือฝากขาย  ให้ทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายธนาคารระบุชื่อธนาคารที่จดจำนองนั้นเลย
 2.  ให้ธนาคารออกใบยืนยันยอดชำระที่จะต้องชำระค่าไถ่ถอน(ทำได้)
 3.  วางมัดจำไม่ต้องมากโดยขอความร่วมมือจากผู้ขายติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารคนไหน  อย่างไร
 4.  ผู้ซื้อตรวจสอบยอดหนี้ด้วยตัวเอง
 5.  ไปโอนและไม่ต้องวางเงินมัดจำ
  บุคคลทั่วไปที่ไม่เป็น NPL
 ในกรณีที่ผู้ขายอาจจะจดจำนองธนาคารอยู่หรือไม่เป็นหนี้ใคร เป็นเรื่องปกติบ้านขายโดยทั่วไปส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้ธนาคารกันทั้งนั้น  วิธีการอาจจะใช้วิธีเดียวกับข้างบน  แต่ขอเตือนการำทำสัญญาจะซื้อขายให้ทำกับเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น  ถ้าหากมีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นญาติ, ลูกหลานหรือป็นอะไรก็แล้วแต่  ขอดูใบมอบอำนาจก่อน  แล้วจะรู้ได้อย่างไร
 1.  ดูจากสารบัญโฉนดทีดินจะระบุเจ้าของกรรมสิทธิ์ชัดเจน
 2.  ดูจากหนังสือสัญญาขายที่ดินจะมีลายเซ็นอยู่ก็เอามาเปรียบเทียบ  แต่หากว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์มอบอำนาจให้คนอื่นมาเมื่อครั้งก่อนก็จะมีลายเซ็นเขา
 3.  บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านตรงกับใบมอบหรือเปล่า
 4.  ทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าของกรรมสิทธิ์  ห้ามจ่ายเป็นเงินสด  หรือสั่งจ่ายให้บุคคลอื่นเด็ดขาด

ซื้อ บ้านมือสอง จากกรมบังคับคดี
 บ้านมือสอง จาก
กรมบังคับคดี มีมากจริง ๆ  เลือกดี ๆ  และค่อย ๆ  เลือกเพราะว่าส่วนใหญ่ทรัพย์ต้องซ่อมแซมกันพอสมควร  แถมต้องไปดูทรัพย์ใช้แผนที่ของกรมบังคับคดีในกรณีบ้านหมู่บ้านหาไม่ค่อยยากเท่าไร  ถ้าเป็นที่ดินและก้อ โอโฮ้.........  แต่ก็ไม่ใช่ทุกแปลง
 ทรัพย์ของกรมบังคับคดีจะระบุเลขที่โฉนดชัดเจน  ทิศไหนติดที่ดินแปลงไหนถ้าหาไม่เจอเจ้าหน้าที่ที่ดินช่วยคุณได้


       ข้อดีและดีมาก ๆ  คือทรัพย์ของกรมบังคับราคาถูกหากไม่มีใครขึ้นราคา  การซื้อทรัพย์ของกรมบังคับคดี  "ต้องดูของจริงมินฉะนั้นท่านจะเสียใจ"
      ข้อควรระวังในการซื้อทรัพย์  ในกรณี  คอนโดมิเนียม  เห็นว่าราคาถูกเลยตามไปซื้อหารู้ไม่ว่าค้างค่าส่วนกลางบ้าน  การซื้อคอนโดมิเนียมทางกรมบังคับคดีจะไม่แจ้งตัวเลขค้างชำระค่าส่วนกลาง    วันโอนกรรมสิทธิ์  แต่ปัจจุบันบางครั้งเขาก็จะแจ้งนะ  ไม่รู้แล้วแต่อารมณ์หรือเปล่า  ว่าไปแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเขา  กลับว่าเป็นหน้าที่ของเราต่างหากที่ต้องตรวจสอบ
 กรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานราชการ  ที่ใครต้องการประมูลทรัพย์ของเขา  ไปอ่านกฎระเบียบให้ดีก่อน  ก่อนลงมือ  โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ 
www.led.go.th  โทร. 02-881-4999

ที่มา:บ้านมือสอง  ธนาคารอาคารสงเคราะห์

   

7 ขั้นตอนในการขายบ้านได้เร็ว

การขายบ้านแต่ละหลังอาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากทั้งผู้ชื้อและผู้ขายมักมีเงื่อนไขเรื่องความพึงพอใจ รวมทั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับตัวบ้าน จึงทำให้บ้านแต่ละหลังนั้นมีระยะเวลาในการขายที่แตกต่างกัน  แต่หากต้องการขายบ้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว สามารถนำ 7 ขั้นตอนข้างต้นนี้ไปใช้ได้

อ่านต่อ..